ดอกอารัมไททัน (Amorphophallus titanum)
Titan arum
เกี่ยวกับพืชชนิดนี้
Amorphophallus titanum หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดอกอารัมไททัน หรือดอกศพ มีชื่อเสียงจากขนาดที่ใหญ่โตและกลิ่นแรงคล้ายเน่าเมื่อออกดอก ผลิดอกที่ใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งในโลก ดึงดูดแมลงผสมเกสรเช่นด้วงซากศพ เป็นพืชพื้นเมืองในป่าฝนของสุมาตรา เป็นพืชหายากและน่าสนใจ มักปลูกในสวนพฤกษศาสตร์เพื่อการศึกษาและอนุรักษ์
อนุกรมวิธาน
การจัดประเภทขั้นสูง: อันดับ Alismatales
ถิ่นกำเนิดและการกระจาย
- ถิ่นกำเนิด
- สุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
- การกระจายพันธุ์
- เป็นพืชพื้นเมืองของสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย และปลูกในสวนพฤกษศาสตร์ทั่วโลก
การดูแล
- สถานที่ที่เหมาะสม
- ในร่ม, เรือนกระจก, กลางแจ้ง
- ทิศหน้าต่างที่ชอบ
- หันทิศตะวันออก, หันทิศตะวันออกเฉียงใต้, หันทิศใต้
- เขตทนทาน USDA
- 10-12
- ค่า pH ของดิน
- 6.0-7.0
- ชนิดดิน
- ดินร่วนที่ระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุสูง
การรดน้ำ. รักษาความชื้นในดินอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่แฉะในช่วงเจริญเติบโต ลดการรดน้ำอย่างมากในช่วงพักตัวเพื่อป้องกันหัวรากเน่า
การใส่ปุ๋ย. ให้ปุ๋ยละลายน้ำสูตรสมดุลทุก 2-3 สัปดาห์ในช่วงฤดูเจริญเติบโต หลีกเลี่ยงการให้ปุ๋ยในช่วงพักตัว
พืชชนิดนี้ปลูกยากและต้องการสภาพแวดล้อมเฉพาะ เช่น อุณหภูมิอบอุ่น ความชื้นสูง และดินที่ระบายน้ำดี มีช่วงพักตัวนานและต้องใช้ความอดทน ปัญหามักเกิดจากการรดน้ำมากเกินไปหรืออุณหภูมิต่ำ การตรวจสอบและรดน้ำอย่างระมัดระวังเป็นสิ่งจำเป็น
การขยายพันธุ์
- วิธีขยายพันธุ์
- เมล็ด, แยกกอ
ลักษณะตกแต่ง
- การออกดอก
- ใช่
- ฤดูออกดอก
- ฤดูร้อน
ดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ มีแกนกลางสูง (spadix) ล้อมรอบด้วยโครงสร้างคล้ายกลีบดอกขนาดใหญ่ (spathe) ใบขนาดใหญ่แบบเขตร้อนเมื่อไม่ออกดอก
ความเป็นพิษและความปลอดภัย
ไม่ทราบว่ามีพิษต่อมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยง แต่กลิ่นแรงอาจไม่พึงประสงค์และทำให้คลื่นไส้ได้
ข้อมูลภูมิแพ้
Amorphophallus titanum มีกลิ่นแรงในช่วงออกดอก ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่สบายหรืออาการแพ้ในผู้ที่ไวต่อกลิ่นได้ ผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจหรือไวต่อกลิ่นควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ในช่วงที่ดอกบาน สาเหตุหลักมาจากกลิ่นของดอกที่อาจทำให้ปวดหัวหรือคลื่นไส้ เพื่อป้องกัน ควรรักษาระยะห่างเมื่อดอกบานและระบายอากาศให้ดี
ปัญหาที่พบบ่อย
รดน้ำมากเกินไปอาจทำให้หัวรากเน่า อุณหภูมิต่ำหรืออากาศแห้งอาจทำให้พืชไม่เจริญเติบโตหรือไม่ออกดอก แมลงรบกวนพบได้น้อย แต่ควรระวังปัญหาเชื้อราหากความชื้นสูงเกินไปโดยไม่มีการระบายอากาศ
การใช้ประโยชน์
ปลูกเป็นพืชประดับในสวนพฤกษศาสตร์เพื่อความโดดเด่นของดอกที่ไม่เหมือนใครและน่าตื่นตาตื่นใจ ใช้เพื่อการศึกษาและอนุรักษ์เป็นหลัก
หมายเหตุ
พืชมีช่วงพักตัวนานที่หัวรากพักอยู่ใต้ดิน การเปลี่ยนกระถางไม่บ่อยและควรทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้หัวรากเสียหาย ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งกิ่ง ทนต่ออุณหภูมิต่ำกว่า 10°C (50°F) ได้ไม่ดี