กุหลาบพาเหรด
Rosa 'Parade'
Parade
เกี่ยวกับพืชชนิดนี้
Rosa 'Parade' เป็นกุหลาบไฮบริดทีที่มีดอกขนาดใหญ่สีแดงสดที่บานซ้ำตลอดฤดูการเจริญเติบโต มีกลิ่นหอมแบบกุหลาบคลาสสิกและใบสีเขียวเป็นมัน กุหลาบชนิดนี้ได้รับความนิยมในสวนและใช้เป็นดอกตัดเนื่องจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและกลิ่นหอมที่น่าพึงพอใจ
อนุกรมวิธาน
- สกุล
- Rosa
- วงศ์
- Rosaceae
- การจัดประเภทขั้นสูง
- Rosales
- ประเภทพืช
- ไม้พุ่ม
- อายุขัย
- ยืนต้น
ถิ่นกำเนิดและการกระจาย
- ถิ่นกำเนิด
- พันธุ์ลูกผสม
- การกระจายพันธุ์
- ปลูกอย่างแพร่หลายในเขตอากาศอบอุ่นทั่วโลก โดยเฉพาะในสวนบ้านและสวนสาธารณะ
การดูแล
- ความต้องการแสง
- แดดจัด
- สถานที่ที่เหมาะสม
- กลางแจ้ง, ระเบียง, เรือนกระจก
- ทิศหน้าต่างที่ชอบ
- หันทิศใต้, หันทิศตะวันตก
- ความถี่ในการรดน้ำ
- ปานกลาง
- ช่วงห่างการรดน้ำ
- 3–7 วัน
- ความชื้น
- ปกติ
- ต่ำสุด
- -20 °C
- สูงสุด
- 30 °C
- เหมาะที่สุด
- 15-25 °C
- เขตทนทาน USDA
- 5-9
- ค่า pH ของดิน
- 6.0-7.0 (slightly acidic to neutral)
- ชนิดดิน
- ดินร่วนที่ระบายน้ำดีและอุดมด้วยอินทรียวัตถุ
การรดน้ำ. รดน้ำลึกสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ปล่อยให้ดินแห้งเล็กน้อยระหว่างการรดน้ำ หลีกเลี่ยงการให้น้ำโดนใบเพื่อป้องกันโรค
การใส่ปุ๋ย. ใส่ปุ๋ยกุหลาบที่สมดุลในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิและอีกครั้งหลังจากรอบการบานดอกแรก เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตที่แข็งแรงและการออกดอกอย่างต่อเนื่อง
กุหลาบ 'Parade' เป็นกุหลาบที่ดูแลได้ค่อนข้างง่าย เจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงแดดเต็มที่และดินที่ระบายน้ำดี ต้องการการรดน้ำอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่ควรให้น้ำมากเกินไปเพื่อป้องกันปัญหารากเน่า การตัดแต่งหลังดอกบานช่วยรักษารูปร่างและส่งเสริมการออกดอกใหม่
การขยายพันธุ์
- วิธีขยายพันธุ์
- ปักชำ, ต่อกิ่ง
- ความยากในการดูแล
- ปานกลาง
ลักษณะตกแต่ง
- การออกดอก
- ใช่
- ฤดูออกดอก
- ฤดูร้อน
ดอกขนาดใหญ่สีแดงสด รูปทรงกุหลาบคลาสสิกมีกลิ่นหอม ใบสีเขียวเข้มเป็นมัน รูปทรงพุ่มตั้งตรงและหนาแน่น
ความเป็นพิษและความปลอดภัย
- เป็นพิษต่อมนุษย์
- ไม่เป็นพิษ
- เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง
- ไม่เป็นพิษ
- ความเสี่ยงรุกราน
- ไม่จัดเป็นวัชพืช
ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง แต่ควรหลีกเลี่ยงการกินส่วนใดของต้นไม้
ข้อมูลภูมิแพ้
- ความเสี่ยงภูมิแพ้
- ปานกลาง
- สิ่งที่กระตุ้นภูมิแพ้
- เกสร, สัมผัสผิวหนัง
- ระดับเกสร
- ปานกลาง
กุหลาบ 'Parade' ผลิตละอองเกสรที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้เล็กน้อยในผู้ที่ไวต่อสาร เช่น จามหรือคันตา ผู้ที่แพ้ละอองเกสรควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดในช่วงที่ดอกบาน เพื่อลดการสัมผัสควรปลูกในที่ที่มีการระบายอากาศดีและล้างมือหลังจากสัมผัสต้นไม้
ปัญหาที่พบบ่อย
ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่ โรคราแป้งและโรคจุดดำ หากการระบายอากาศไม่ดีหรือใบเปียกนานเกินไป การให้น้ำมากเกินไปอาจทำให้รากเน่า และบางครั้งอาจมีเพลี้ยแป้งปรากฏ
การใช้ประโยชน์
ปลูกเป็นไม้ประดับสำหรับแปลงสวน ขอบแปลง และดอกตัด เนื่องจากดอกที่สวยงามและมีกลิ่นหอม
หมายเหตุ
ตัดแต่งกิ่งในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเพื่อกำจัดกิ่งที่ตายหรืออ่อนแอและจัดรูปทรงต้นไม้ หลีกเลี่ยงการให้น้ำโดนใบเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรค เหมาะสำหรับปลูกในแปลงสวนและกระถางที่มีการระบายน้ำดี