เฟิร์นลิ้นกวาง (Phymatosorus scolopendria)

Phymatosorus scolopendria

เกี่ยวกับพืชชนิดนี้

Phymatosorus scolopendria หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อเฟิร์นลิ้นกวาง เป็นเฟิร์นเขตร้อนที่มีใบยาวรูปสายสีเขียวคล้ายลิ้น นิยมปลูกเป็นไม้ประดับในบ้านหรือสวนที่มีร่มเงา เฟิร์นนี้ช่วยฟอกอากาศภายในอาคารและเพิ่มความเขียวชอุ่มในบริเวณที่มีแสงน้อย เติบโตได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่นและชื้น และได้รับความนิยมเพราะดูแลง่ายและใบสวยงาม

อนุกรมวิธาน

วงศ์
Polypodiaceae
สกุล
Phymatosorus
ประเภทพืช
ไม้ในบ้าน
อายุขัย
ยืนต้น

การจัดประเภทขั้นสูง: อันดับ Polypodiales

ถิ่นกำเนิดและการกระจาย

ถิ่นกำเนิด
เอเชียเขตร้อน หมู่เกาะแปซิฟิก
การกระจายพันธุ์
มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อนและหมู่เกาะแปซิฟิก ปลูกกันอย่างแพร่หลายในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

การดูแล

ร่มบางส่วน แสง
3–7 วัน การรดน้ำ
10–30 °C อุณหภูมิ
สูง ความชื้น
ง่าย ความยากในการดูแล
สถานที่ที่เหมาะสม
ในร่ม, กลางแจ้ง, ระเบียง, เรือนกระจก
ทิศหน้าต่างที่ชอบ
หันทิศเหนือ, หันทิศตะวันออก, หันทิศตะวันออกเฉียงเหนือ, หันทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
เขตทนทาน USDA
10-12
ค่า pH ของดิน
5.5-6.5 (slightly acidic to neutral)
ชนิดดิน
ดินปลูกที่ระบายน้ำดีและอุดมด้วยอินทรียวัตถุ

การรดน้ำ. รักษาความชื้นในดินอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่แฉะ รดน้ำเมื่อดินด้านบนประมาณ 2.5 ซม. แห้ง เพิ่มความชื้นโดยการพ่นน้ำหรือใช้ถาดเพิ่มความชื้นหากอากาศแห้ง

การใส่ปุ๋ย. ใส่ปุ๋ยทุกเดือนในช่วงฤดูเจริญเติบโต (ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน) ด้วยปุ๋ยน้ำชนิดเจือจางที่สมดุล ลดการใส่ปุ๋ยในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวเมื่อการเจริญเติบโตช้าลง

เฟิร์นชนิดนี้ค่อนข้างทนทานและดูแลง่าย ชอบแสงร่มหรือแสงทางอ้อมและดินที่ชื้น หลีกเลี่ยงไม่ให้ดินแห้งเกินไปแต่ก็ไม่ควรให้น้ำมากเกินไป ปัญหามักเกิดขึ้นน้อยหากดูแลในสภาพที่เหมาะสมและต้องการการบำรุงรักษาเป็นครั้งคราวเท่านั้น

การขยายพันธุ์

วิธีขยายพันธุ์
แยกกอ

ลักษณะตกแต่ง

การออกดอก
ไม่

ใบสีเขียวรูปสายเป็นมันเงามีเนื้อหนังหนา; เจริญเติบโตเป็นกอหนาแน่นพร้อมใบโค้ง

ความเป็นพิษและความปลอดภัย

เป็นพิษต่อมนุษย์ไม่เป็นพิษ
เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงไม่เป็นพิษ
ความเสี่ยงรุกรานไม่จัดเป็นวัชพืช

ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง ปลอดภัยสำหรับเด็กและสัตว์

ข้อมูลภูมิแพ้

ต่ำ ความเสี่ยงภูมิแพ้
ไม่มี ระดับเกสร

Phymatosorus scolopendria อาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองเล็กน้อยในบางคนที่แพ้ง่ายเมื่อสัมผัสกับใบเฟิร์นนี้ แต่ไม่ผลิตละอองเกสรในอากาศ จึงไม่น่าจะทำให้เกิดอาการแพ้ทางเดินหายใจได้ เพื่อความปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสต้นไม้หากผิวแพ้ง่าย และล้างมือหลังจากสัมผัสต้นไม้

ปัญหาที่พบบ่อย

หากให้น้ำมากเกินไป รากอาจเน่าและใบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง น้ำไม่เพียงพอทำให้ใบแห้งและเป็นสีน้ำตาล ความชื้นต่ำอาจทำให้ปลายใบเป็นสีน้ำตาล แมลงรบกวนไม่ค่อยพบ แต่ควรระวังเพลี้ยแป้งหรือตัวไร

การใช้ประโยชน์

ปลูกเป็นไม้ประดับสำหรับตกแต่งภายในและสวนที่มีร่มเงา ช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร

หมายเหตุ

ตัดแต่งใบเก่าหรือใบที่เสียหายเพื่อรักษาความแข็งแรงและความสวยงามของต้นไม้ ปลูกใหม่ทุก 2-3 ปีเพื่อเปลี่ยนดินและให้พื้นที่สำหรับการเจริญเติบโต ระวังลมเย็นและอากาศแห้ง หลีกเลี่ยงการวางใกล้เครื่องทำความร้อนและเครื่องปรับอากาศ

ดาวน์โหลด BotanicMate ฟรีและระบุต้นไม้แรกของคุณในไม่กี่วินาที

ดาวน์โหลดได้ที่Google Play ดาวน์โหลดบนApp Store