ผักหนามซีด
Persicaria lapathifolia
เกี่ยวกับพืชชนิดนี้
Persicaria lapathifolia หรือที่รู้จักกันในชื่อ ผักหนามซีด เป็นพืชล้มลุกประจำปีหรือหลายปีที่โตเร็ว มีลำต้นเรียวและใบรูปหอก มักพบในพื้นที่ชื้น เช่น ริมแม่น้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ ดอกมีขนาดเล็ก สีชมพูซีดถึงขาว ออกเป็นช่อแน่น มักใช้เพื่อป้องกันการพังทลายของดินและเป็นแหล่งอาหารสำหรับสัตว์ป่า
อนุกรมวิธาน
- สกุล
- Persicaria
- วงศ์
- Polygonaceae
- การจัดประเภทขั้นสูง
- อันดับ Caryophyllales
- ประเภทพืช
- ไม้ยืนต้น
- อายุขัย
- ยืนต้น
ถิ่นกำเนิดและการกระจาย
- ถิ่นกำเนิด
- ยุโรป เอเชีย
- การกระจายพันธุ์
- กระจายพันธุ์อย่างกว้างขวางในยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ มักพบในพื้นที่ชุ่มน้ำ ริมแม่น้ำ และดินที่ถูกรบกวน
การดูแล
- ความต้องการแสง
- แดดจัด
- สถานที่ที่เหมาะสม
- กลางแจ้ง, ระเบียง, เรือนกระจก
- ทิศหน้าต่างที่ชอบ
- หันทิศใต้, หันทิศตะวันออก
- ความถี่ในการรดน้ำ
- ปานกลาง
- ช่วงห่างการรดน้ำ
- 3–7 วัน
- ความชื้น
- ปกติ
- ต่ำสุด
- -20 °C
- สูงสุด
- 30 °C
- เหมาะที่สุด
- 15-25 °C
- เขตทนทาน USDA
- 4-9
- ค่า pH ของดิน
- 6.0-7.5 (neutral to slightly acidic)
- ชนิดดิน
- ดินชื้นที่ระบายน้ำได้ดี
การรดน้ำ. รักษาความชื้นของดินอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่แห้ง หลีกเลี่ยงการให้น้ำจนแฉะเพื่อป้องกันปัญหารากเน่า
การใส่ปุ๋ย. โดยทั่วไปพืชชนิดนี้ไม่ต้องการปุ๋ยมาก หากปลูกในดินที่มีคุณภาพต่ำ การใส่ปุ๋ยสูตรสมดุลทั่วไปครั้งเดียวในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ดี
Persicaria lapathifolia เป็นพืชที่แข็งแรง โตเร็ว และปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมต่างๆ ชอบดินชื้นแต่ทนต่อช่วงแห้งสั้นๆ ได้ ต้องการการดูแลน้อยและเจริญเติบโตได้ดีในที่แดดจัดถึงร่มบางส่วน
การขยายพันธุ์
- วิธีขยายพันธุ์
- เมล็ด, ปักชำ
- ความยากในการดูแล
- ง่าย
ลักษณะตกแต่ง
- การออกดอก
- ใช่
- ฤดูออกดอก
- ฤดูร้อน
ช่อดอกเรียวสวยงาม ดอกเล็กสีชมพูซีดถึงขาว และใบสีเขียวรูปหอก
ความเป็นพิษและความปลอดภัย
- เป็นพิษต่อมนุษย์
- ไม่เป็นพิษ
- เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง
- ไม่เป็นพิษ
- ความเสี่ยงรุกราน
- แพร่กระจายน้อย
พืชชนิดนี้โดยทั่วไปถือว่าไม่เป็นพิษต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง
ข้อมูลภูมิแพ้
- ความเสี่ยงภูมิแพ้
- ต่ำ
- สิ่งที่กระตุ้นภูมิแพ้
- เกสร
- ระดับเกสร
- ต่ำ
Persicaria lapathifolia อาจผลิตละอองเกสรที่ทำให้เกิดอาการแพ้เล็กน้อยในผู้ที่ไวต่อสารนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ดอกไม้บาน ผู้ที่แพ้ละอองเกสรควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดในช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อลดอาการ เช่น จามหรือคันตา
ปัญหาที่พบบ่อย
การให้น้ำมากเกินไปอาจทำให้รากเน่า และการระบายน้ำไม่ดีอาจทำให้เกิดปัญหาเชื้อราตามมา นอกจากนี้อาจถูกพืชที่โตเร็วและรุกรานแย่งพื้นที่ได้ถ้าไม่ได้ให้พื้นที่เพียงพอ
การใช้ประโยชน์
ใช้เป็นหลักเพื่อความสวยงามและป้องกันการพังทลายของดินในพื้นที่ชื้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและอาหารสำหรับสัตว์ป่า
หมายเหตุ
พืชชนิดนี้สามารถแพร่กระจายได้เร็ว จึงอาจต้องตัดแต่งเป็นประจำเพื่อควบคุมการเจริญเติบโต เหมาะปลูกกลางแจ้งในพื้นที่ชื้น แต่สามารถทนแล้งได้บ้างเมื่อโตเต็มที่แล้ว