เจอราเนียมกลิ่นมัสค์

Pelargonium grandiflorum

Grandiflorum

เกี่ยวกับพืชชนิดนี้

Pelargonium grandiflorum หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ เจอราเนียมกลิ่นมัสค์ เป็นพืชดอกที่มีกลิ่นหอม มีใบขนาดใหญ่และมีกลุ่มดอกสีชมพูถึงม่วง มักปลูกเป็นไม้ประดับในสวนและกระถาง ต้นไม้จะปล่อยกลิ่นมัสค์หอมเมื่อใบถูกสัมผัสหรือบด

อนุกรมวิธาน

สกุล
Pelargonium
วงศ์
Geraniaceae
การจัดประเภทขั้นสูง
อันดับ Geraniales
ประเภทพืช
ไม้พุ่ม
อายุขัย
ยืนต้น

ถิ่นกำเนิดและการกระจาย

ถิ่นกำเนิด
แอฟริกาใต้
การกระจายพันธุ์
ปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในภูมิอากาศแบบอบอุ่นและเมดิเตอร์เรเนียน มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาใต้

การดูแล

ความต้องการแสง
แดดจัด
สถานที่ที่เหมาะสม
ในร่ม, กลางแจ้ง, ระเบียง, เรือนกระจก
ทิศหน้าต่างที่ชอบ
หันทิศใต้, หันทิศตะวันตก, หันทิศตะวันออก
ความถี่ในการรดน้ำ
ปานกลาง
ช่วงห่างการรดน้ำ
5–10 วัน
ความชื้น
ปกติ
ต่ำสุด
5 °C
สูงสุด
30 °C
เหมาะที่สุด
15–25 °C
เขตทนทาน USDA
9–11
ค่า pH ของดิน
6.0–7.0 (slightly acidic to neutral)
ชนิดดิน
ดินปลูกที่ระบายน้ำได้ดี

การรดน้ำ. รดน้ำเมื่อดินชั้นบนสุดแห้ง หลีกเลี่ยงน้ำขังเพื่อป้องกันรากเน่า ลดการรดน้ำในฤดูหนาว

การใส่ปุ๋ย. ใส่ปุ๋ยน้ำสูตรสมดุลทุก 4-6 สัปดาห์ในช่วงฤดูเจริญเติบโต (ฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง) หลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยมากเกินไปเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของใบมากเกินไปจนกระทบต่อการออกดอก

Pelargonium grandiflorum เป็นพืชที่แข็งแรง เติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงแดดจัดและทนต่อสภาพแห้ง ต้องการการรดน้ำในระดับปานกลางและดินที่ระบายน้ำได้ดีเพื่อป้องกันรากเน่า การตัดแต่งดอกที่เหี่ยวช่วยส่งเสริมการออกดอกมากขึ้น และโดยรวมดูแลรักษาง่าย

การขยายพันธุ์

วิธีขยายพันธุ์
ปักชำ, เมล็ด
ความยากในการดูแล
ง่าย

ลักษณะตกแต่ง

การออกดอก
ใช่
ฤดูออกดอก
ฤดูใบไม้ผลิ–ฤดูร้อน

ใบใหญ่หอมและกลุ่มดอกสีชมพูถึงม่วงที่มีกลิ่นมัสค์

ความเป็นพิษและความปลอดภัย

เป็นพิษต่อมนุษย์
เป็นพิษเล็กน้อย
เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง
เป็นพิษเล็กน้อย
ความเสี่ยงรุกราน
ไม่จัดเป็นวัชพืช

โดยทั่วไปปลอดภัยแต่ควรหลีกเลี่ยงการกิน น้ำยางอาจทำให้ผิวหนังระคายเคืองเล็กน้อยในผู้ที่ไวต่อสาร

ข้อมูลภูมิแพ้

ความเสี่ยงภูมิแพ้
ต่ำ
สิ่งที่กระตุ้นภูมิแพ้
เกสร, ยางหรือลาเท็กซ์, สัมผัสผิวหนัง
ระดับเกสร
ต่ำ

Pelargonium grandiflorum อาจทำให้เกิดอาการแพ้เล็กน้อยในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อเกสรดอกไม้หรือยางพืช สารก่อภูมิแพ้หลักได้แก่ เกสรและน้ำยางของต้น อาการอาจรวมถึงผิวหนังระคายเคืองหรือจาม เพื่อป้องกัน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำยางโดยตรงและวางต้นไม้ในที่ที่มีการระบายอากาศดี

ปัญหาที่พบบ่อย

การรดน้ำมากเกินไปอาจทำให้รากเน่า และการระบายอากาศไม่ดีอาจทำให้เกิดโรคเชื้อรา การขาดแสงอาจลดการออกดอก บางครั้งอาจพบแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ยอ่อนหรือแมลงวันขาว

การใช้ประโยชน์

ใช้เป็นไม้ประดับด้วยดอกที่สวยงามและใบที่มีกลิ่นหอม บางครั้งใช้ในผลิตภัณฑ์หอมและโปปรูป

หมายเหตุ

ควรตัดแต่งหลังจากดอกบานเพื่อรักษารูปร่างและส่งเสริมการแตกกิ่งใหม่ ควรเปลี่ยนกระถางทุก 2-3 ปีเพื่อเติมดินใหม่ ป้องกันความเย็นจัดเพราะต้นไม้ไม่ทนต่ออากาศหนาว

ดาวน์โหลด BotanicMate ฟรีและระบุต้นไม้แรกของคุณในไม่กี่วินาที

ดาวน์โหลดได้ที่Google Play ดาวน์โหลดบนApp Store