เจอราเนียมมาร์ธา วอชิงตัน (Pelargonium domesticum)
Domesticum
เกี่ยวกับพืชชนิดนี้
Pelargonium domesticum หรือที่รู้จักกันในชื่อ เจอราเนียมมาร์ธา วอชิงตัน เป็นพืชดอกที่ได้รับความนิยม มีดอกขนาดใหญ่สีสันสดใสและใบที่สวยงาม มักปลูกเป็นไม้ประดับในสวนและกระถาง ดอกมีหลายเฉดสี เช่น ชมพู แดง ขาว และม่วง พร้อมลวดลายที่โดดเด่น พืชชนิดนี้ได้รับความชื่นชมในเรื่องระยะเวลาการออกดอกที่ยาวนานและกลิ่นหอมที่น่ารื่นรมย์
อนุกรมวิธาน
การจัดประเภทขั้นสูง: อันดับ Geraniales
ถิ่นกำเนิดและการกระจาย
- ถิ่นกำเนิด
- แอฟริกาใต้
- การกระจายพันธุ์
- ปลูกอย่างแพร่หลายทั่วโลกในฐานะไม้ประดับ โดยมีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาใต้
การดูแล
- สถานที่ที่เหมาะสม
- ในร่ม, กลางแจ้ง, ระเบียง, เรือนกระจก
- ทิศหน้าต่างที่ชอบ
- หันทิศใต้, หันทิศตะวันตก, หันทิศตะวันออก
- เขตทนทาน USDA
- 9–11
- ค่า pH ของดิน
- 6.0–7.0 (slightly acidic to neutral)
- ชนิดดิน
- ดินปลูกที่ระบายน้ำดี
การรดน้ำ. รดน้ำเมื่อดินด้านบนประมาณ 1 นิ้วแห้ง หลีกเลี่ยงการให้น้ำจนแฉะเพื่อป้องกันรากเน่า ลดการรดน้ำในช่วงฤดูหนาว
การใส่ปุ๋ย. ใส่ปุ๋ยทุก 4-6 สัปดาห์ในช่วงฤดูเจริญเติบโต โดยใช้ปุ๋ยละลายน้ำสูตรสมดุลเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและการออกดอกที่ดี
Pelargonium domesticum เป็นพืชที่แข็งแรง เติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงแดด ชอบดินที่ระบายน้ำดีและไม่ชอบน้ำมากเกินไป การตัดแต่งดอกที่เหี่ยวแห้งเป็นประจำช่วยกระตุ้นให้ดอกออกมากขึ้น โดยทั่วไปดูแลง่ายและเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
การขยายพันธุ์
- วิธีขยายพันธุ์
- ปักชำ, เมล็ด
ลักษณะตกแต่ง
- การออกดอก
- ใช่
- ฤดูออกดอก
- ฤดูใบไม้ผลิ–ฤดูร้อน
ดอกขนาดใหญ่สีสันสดใส มีลวดลายบนกลีบดอกและใบมีกลิ่นหอม
ความเป็นพิษและความปลอดภัย
โดยทั่วไปไม่เป็นพิษ แต่บางคนอาจเกิดการระคายเคืองผิวหนังเล็กน้อย ควรเก็บให้พ้นจากสัตว์เลี้ยงเพื่อป้องกันการกัดกิน
ข้อมูลภูมิแพ้
Pelargonium domesticum อาจทำให้เกิดอาการแพ้เล็กน้อยในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อเกสรดอกไม้หรือยางพืช สารกระตุ้นหลักคือเกสรและน้ำยางของต้น อาการอาจรวมถึงผิวหนังระคายเคืองหรือจาม เพื่อป้องกัน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำยางและวางต้นไม้ในบริเวณที่มีการระบายอากาศดี
ปัญหาที่พบบ่อย
การให้น้ำมากเกินไปอาจทำให้รากเน่า แสงน้อยเกินไปอาจทำให้ดอกน้อยลง บางครั้งอาจมีแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ยอ่อนหรือแมลงวันขาว
การใช้ประโยชน์
ปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงามของดอกและกลิ่นหอม เหมาะสำหรับปลูกในแปลงสวน กระถาง และตกแต่งภายในอาคาร
หมายเหตุ
ควรตัดแต่งหลังดอกบานเพื่อรักษารูปร่างและกระตุ้นการเจริญเติบโตใหม่ ควรเปลี่ยนกระถางทุก 2-3 ปีเพื่อเติมดินใหม่และให้พื้นที่รากได้ขยายตัว