เฟิร์นดาบยักษ์ (Nephrolepis biserrata)

Biserrata

เกี่ยวกับพืชชนิดนี้

Nephrolepis biserrata หรือที่รู้จักกันในชื่อเฟิร์นดาบยักษ์ เป็นเฟิร์นขนาดใหญ่ที่มีใบยาวโค้งสวยงาม ใบย่อยแบ่งละเอียด มีคุณค่าทั้งในด้านความสวยงามและช่วยฟอกอากาศ เฟิร์นชนิดนี้มักใช้เป็นไม้ประดับภายในอาคารและสวนที่มีร่มเงา เติบโตเร็วและใหญ่กว่าฟิร์นทั่วไป ทำให้เป็นจุดเด่นในภูมิทัศน์หรือพื้นที่ภายในขนาดใหญ่

อนุกรมวิธาน

วงศ์
Nephrolepidaceae
สกุล
Nephrolepis
ประเภทพืช
ไม้ในบ้าน
อายุขัย
ยืนต้น

การจัดประเภทขั้นสูง: Polypodiopsida (เฟิร์น)

ถิ่นกำเนิดและการกระจาย

ถิ่นกำเนิด
อเมริกากลาง อเมริกาใต้ แคริบเบียน แอฟริกา
การกระจายพันธุ์
เป็นพืชพื้นเมืองในเขตร้อนของอเมริกากลางและอเมริกาใต้ แคริบเบียน และบางส่วนของแอฟริกา ปลูกกันอย่างแพร่หลายในสวนเขตร้อนและกึ่งเขตร้อนทั่วโลก

การดูแล

ร่มบางส่วน แสง
3–7 วัน การรดน้ำ
15–30 °C อุณหภูมิ
สูง ความชื้น
ง่าย ความยากในการดูแล
สถานที่ที่เหมาะสม
ในร่ม, กลางแจ้ง, ระเบียง, เรือนกระจก
ทิศหน้าต่างที่ชอบ
หันทิศเหนือ, หันทิศตะวันออก, หันทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
เขตทนทาน USDA
9-11
ค่า pH ของดิน
5.5-6.5
ชนิดดิน
ดินร่วนซุยที่ระบายน้ำดีและอุดมด้วยอินทรียวัตถุ

การรดน้ำ. รักษาความชื้นในดินอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่แฉะ รดน้ำเมื่อดินด้านบนแห้งประมาณ 1 นิ้ว เพิ่มความชื้นโดยการพ่นน้ำหรือใช้ถาดเพิ่มความชื้น

การใส่ปุ๋ย. ให้ปุ๋ยน้ำชนิดสมดุลเจือจางครึ่งหนึ่งทุก 4-6 สัปดาห์ในช่วงฤดูเจริญเติบโต (ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน) หลีกเลี่ยงการให้ปุ๋ยมากเกินไปซึ่งอาจทำลายราก

Nephrolepis biserrata เป็นเฟิร์นที่ทนทาน เจริญเติบโตได้ดีในที่ร่มหรือที่มีแสงรำไร ชอบดินที่ชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอแต่ทนต่อช่วงแห้งสั้นๆ ได้ การพ่นน้ำเป็นประจำช่วยรักษาความชื้น ต้องการการดูแลน้อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น

การขยายพันธุ์

วิธีขยายพันธุ์
แยกกอ

ลักษณะตกแต่ง

การออกดอก
ไม่

ใบใหญ่สีเขียวโค้งสวยงาม ใบย่อยแบ่งละเอียด ให้ลักษณะเขตร้อนที่เขียวชอุ่ม

ความเป็นพิษและความปลอดภัย

เป็นพิษต่อมนุษย์ไม่เป็นพิษ
เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงไม่เป็นพิษ
ความเสี่ยงรุกรานไม่จัดเป็นวัชพืช

ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง ปลอดภัยสำหรับเด็กและสัตว์

ข้อมูลภูมิแพ้

ต่ำ ความเสี่ยงภูมิแพ้
ไม่มี ระดับเกสร

Nephrolepis biserrata อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังเล็กน้อยในบางคนที่ไวต่อยางพืชหรือมีอาการแพ้เฟิร์น สาเหตุหลักมาจากการสัมผัสกับก้านใบของต้นไม้ เพื่อป้องกัน ควรสวมถุงมือเมื่อสัมผัสหรือเล็มต้นไม้

ปัญหาที่พบบ่อย

การรดน้ำมากเกินไปอาจทำให้รากเน่า ขณะที่น้ำไม่เพียงพอจะทำให้ปลายใบเป็นสีน้ำตาล ความชื้นต่ำอาจทำให้ก้านใบแห้ง แมลงศัตรูพืชเช่นแมลงหวี่หรือตัวไรบางครั้งอาจพบได้

การใช้ประโยชน์

ปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงามของใบและช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร เหมาะสำหรับพื้นที่สวนที่มีร่มเงาและตกแต่งภายใน

หมายเหตุ

ควรตัดแต่งใบเก่าหรือใบที่เสียหายเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตใหม่ ควรเปลี่ยนกระถางทุก 2-3 ปีเพื่อเติมดินและให้รากมีพื้นที่เพียงพอ ระวังแสงแดดโดยตรงซึ่งอาจทำให้ใบไหม้ได้

ดาวน์โหลด BotanicMate ฟรีและระบุต้นไม้แรกของคุณในไม่กี่วินาที

ดาวน์โหลดได้ที่Google Play ดาวน์โหลดบนApp Store