ดอกทานตะวันลูกผสม
Helianthus annuus hybrids
hybrids
เกี่ยวกับพืชชนิดนี้
ดอกทานตะวันลูกผสมเป็นพันธุ์ที่ได้รับการปรับปรุงจากดอกทานตะวันทั่วไป เพื่อให้มีดอกขนาดใหญ่ขึ้น สีสันหลากหลาย และการเจริญเติบโตที่ดีขึ้น มีดอกสีเหลืองสดใสตรงกลางสีเข้มและลำต้นสูงแข็งแรง พืชเหล่านี้ได้รับความนิยมในสวนและใช้เป็นดอกตัด และยังดึงดูดผึ้งและผีเสื้อให้มาผสมเกสร
อนุกรมวิธาน
- สกุล
- Helianthus
- วงศ์
- Asteraceae
- การจัดประเภทขั้นสูง
- อันดับ Asterales
- ประเภทพืช
- พืชอายุปีเดียว
- อายุขัย
- ปีเดียว
ถิ่นกำเนิดและการกระจาย
- ถิ่นกำเนิด
- อเมริกาเหนือ
- การกระจายพันธุ์
- ปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตอากาศอบอุ่นเพื่อใช้เป็นไม้ประดับและการเกษตร
การดูแล
- ความต้องการแสง
- แดดจัด
- สถานที่ที่เหมาะสม
- กลางแจ้ง, ระเบียง, เรือนกระจก
- ทิศหน้าต่างที่ชอบ
- หันทิศใต้, หันทิศตะวันตก, หันทิศตะวันออก
- ความถี่ในการรดน้ำ
- ปานกลาง
- ช่วงห่างการรดน้ำ
- 3–7 วัน
- ความชื้น
- ปกติ
- ต่ำสุด
- 10 °C
- สูงสุด
- 35 °C
- เหมาะที่สุด
- 18-30 °C
- เขตทนทาน USDA
- 4-9
- ค่า pH ของดิน
- 6.0-7.5
- ชนิดดิน
- ดินร่วนที่ระบายน้ำดี
การรดน้ำ. รดน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ดินชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ ลดการรดน้ำหากใบเริ่มเหลืองหรือเหี่ยว
การใส่ปุ๋ย. ใส่ปุ๋ยสูตรสมดุลเดือนละครั้งในช่วงฤดูเจริญเติบโตเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและการออกดอก หลีกเลี่ยงการใส่ไนโตรเจนมากเกินไปซึ่งจะทำให้มีใบมากกว่าดอก
ดอกทานตะวันลูกผสมเป็นพืชที่แข็งแรงและปลูกง่าย เติบโตได้ดีในที่มีแสงแดดจัดและดินที่ระบายน้ำดี ต้องการการรดน้ำอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่ชอบรากแช่น้ำ พวกมันโตเร็วและมักต้องการการดูแลน้อย แต่สำหรับพันธุ์ที่สูงอาจต้องมีการค้ำยัน
การขยายพันธุ์
- วิธีขยายพันธุ์
- เมล็ด
- ความยากในการดูแล
- ง่าย
ลักษณะตกแต่ง
- การออกดอก
- ใช่
- ฤดูออกดอก
- ฤดูร้อน
ดอกขนาดใหญ่สีเหลืองสดใสตรงกลางสีเข้ม ลำต้นตั้งตรงสูง และใบกว้าง
ความเป็นพิษและความปลอดภัย
- เป็นพิษต่อมนุษย์
- ไม่เป็นพิษ
- เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง
- ไม่เป็นพิษ
- ความเสี่ยงรุกราน
- ไม่จัดเป็นวัชพืช
ดอกทานตะวันโดยทั่วไปปลอดภัย แต่ควรหลีกเลี่ยงการกินเมล็ดหรือส่วนของพืชในปริมาณมาก บางคนอาจเกิดผื่นระคายเคืองผิวหนังจากน้ำยางของต้น
ข้อมูลภูมิแพ้
- ความเสี่ยงภูมิแพ้
- ปานกลาง
- สิ่งที่กระตุ้นภูมิแพ้
- เกสร
- ระดับเกสร
- ปานกลาง
ดอกทานตะวันอาจทำให้เกิดอาการแพ้ในบางคน โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อเกสรดอกไม้ เกสรที่ปล่อยออกมาในช่วงที่ดอกบานเต็มที่จะเป็นสาเหตุหลัก ซึ่งอาจทำให้จามหรือคันตาได้ เพื่อป้องกัน ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดในช่วงดอกบานเต็มที่ และควรวางต้นไม้ในร่มให้ห่างจากห้องนอน
ปัญหาที่พบบ่อย
ปัญหาที่พบบ่อยได้แก่ ใบเหี่ยวจากการขาดน้ำ โรคเชื้อราหากดินชื้นเกินไป และความเสียหายจากศัตรูพืช เช่น เพลี้ยหรือแมลงกินใบ รวมถึงนก
การใช้ประโยชน์
ปลูกเป็นไม้ประดับในสวนและใช้เป็นดอกตัด บางพันธุ์ยังใช้ผลิตเมล็ดและเป็นอาหารนก
หมายเหตุ
พันธุ์ที่สูงอาจต้องมีการค้ำยันเพื่อป้องกันการล้ม ควรตัดดอกที่เหี่ยวเฉาออกเพื่อกระตุ้นการออกดอกใหม่ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกระถางเพราะมักปลูกกลางแจ้งหรือในภาชนะขนาดใหญ่